ตอนที่12 คอสโมที่ได้รับการสืบสาน เซนต์ในตำนานชุน
พวกโคกะมุ่งหน้าไปหาตราแห่งวายุเป็นอย่างแรก มิกูเอลตามมาทันโดยการขี่ก้อนหินคล้าย surf board มา แล้วบอกให้รู้ว่าตามมาโดยการตามกลิ่นคอสโมของพวกโคกะ
พวกโคกะทั้ง3พยายามสู้แต่สู้ไม่ได้
โคกะสู้คนเดียวถ่วงเวลาไว้
ชุนเข้ามาช่วยตอนโคกะสู้ไม่ไหวแล้ว กำลังจะถูกกำจัด มิกูเอลรู้สึกถึงคอสโมมหาศาลจึงหยุดโจมตีโคกะแล้วพบว่าผู้ที่มาคือชุน ชุนสั่งให้มิกูเอลกลับไปแซงทัวรี่ มิกูเอลจึงหนีไป โคกะรู้จากชุนว่าริวโฮอยู่ที่หมู่บ้านของชุนจึงตามชุนไป
โคกะรู้จากคนในหมู่บ้านว่าชุนเป็นหมอที่เดินทางไปช่วยรักษาคนในหมู่บ้านต่างๆ เจอกับริวโฮนอนพักอยู่บนเตียง ชุนช่วยมาจากทะเลทรายเพราะรู้สึกถึงคอสโมที่กำลังอ่อนแรง และที่ไปช่วยโคกะได้เพราะรู้สึกได้ถึงคอสโมแห่งแสง ริวโฮบอกโคกะว่าเพราะการบาดเจ็บจากคอสโมแห่งความมืดทำให้ชุนใส่ชุดครอธไม่ได้แล้ว
โคกะขอให้ชุนเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ชุนจึงเริ่มเล่าจากที่โลกเคยสงบสุขจนถูกบุกรุกโดยมาร์ส เซย่าและพรรคพวกช่วยกันต่อสู้เพื่อปกป้องซาโอริ ก่อนที่การต่อสู้จะรู้ผลก็มีอุกาบาตตกมายังโลกเหมือนดั่งคอสโมความร้อนสูงตกลงมา การต่อสู้จึงยุติไป ผลของอุกาบาตทำให้ครอธมาอยู่ในรูปคริสตัลและเซนต์ใช้พลังธาตุได้ แต่พวกมาร์สก็ได้พลังใหม่เหมือนกันแล้วกลับมาอีกครั้ง
เซย่าทำให้มาร์สบาดเจ็บจนล่าถอยไปแต่พวกเซย่าก็บาดเจ็บเพราะพลังความมืดเช่นกัน หากชุนใช้คอสโมพลังความมืดก็จะกัดกินร่างกายไปทีละน้อย
มิกูเอลกลับมาอีกครั้งเพราะรู้ว่าชุนใช้คอสโมไม่ได้แล้วโจมตีชุน ริวโฮกับโคกะจนบาดเจ็บทั่วกัน ชุนใช้คอสโมสร้างโซ่อันโดรเมด้าขึ้นมา
ชุนใช้ท่าเนบิวลา เชนใส่มิกูเอล จนมิกูเอลกระเด็นไป
แม้บาดเจ็บแต่ก็ยังสู้ได้ มิกูเอลกระโดดเตะใส่ริวโฮ ริวโฮรวมพลังธาตุน้ำไว้ที่โล่แล้วป้องกันไว้ แล้วใช้หมดมังกรผงาดโรซันโจมตีใส่ผลักจนมิกูเอลกระเด็นถอยไป โคกะซ้ำด้วยหมัดดาวตกจนได้ชัยในที่สุด
โคกะเดินทางต่อโดยทิ้งริวโฮไว้ให้ชุนดูแลก่อน
อ่านSaint Seiya Omega ตอนที่13
Wednesday, June 13, 2012
Sunday, June 10, 2012
Saint Seiya Omega ตอนที่11
ตอนที่11 ปกป้องเอเรีย การโจมตีจากผู้ติดตามนามซอนย่า
ยูนะพาเอเรียหนีมาแล้วรู้สึกถึงแรงลมจากการระเบิดจึงหันกลับไปดูแล้วพบว่ามีการระเบิดอย่างรุนแรงที่หอบาเบล เอเรียทำท่าจะกลับไปดูแต่ยูนะก็ดึงไว้(อีกแล้ว) และบอกให้หนีต่อไปเพื่อพวกโคกะที่ต้องการให้เอเรียหนี
ยูนะพาเอเรียหนีมาแล้วรู้สึกถึงแรงลมจากการระเบิดจึงหันกลับไปดูแล้วพบว่ามีการระเบิดอย่างรุนแรงที่หอบาเบล เอเรียทำท่าจะกลับไปดูแต่ยูนะก็ดึงไว้(อีกแล้ว) และบอกให้หนีต่อไปเพื่อพวกโคกะที่ต้องการให้เอเรียหนี
ด้านมาร์ส ดูเหมือนจะไม่บาดเจ็บจากการโจมตีของเซย่าเลย มาร์สกล่าวว่าแสงสว่างจะสว่างยิ่งขึ้นเมื่อถูกทำร้ายโดยความมืด(นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่มาร์สใช้ความมืดทำร้ายเอเรีย) แล้วเบื้องหน้ามาร์สก็มีหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ มิคีนเสนอจะตามไปเอาตัวเอเรียกลับมาแต่มาร์สกลับอยากให้มิคีนอยู่ปกป้องหอบาเบล แล้วให้มิคีนไปตามตัวบุตรสาวของมาร์สนามซอนย่า
![]() |
| Johan the crow |
![]() |
| Lady Sonya |
![]() |
| Miguel the Hound |
ยูนะกับเอเรียหนีไปจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เอเรียมองลูกหมาอย่างสนใจเพราะถูกขังไว้ตลอดจนไม่เคยเห็น อีกด้านนักรบมาร์สอีกคนก็ปรากฏขึ้นและแจ้งนามว่าโจฮัน ซิลเวอร์เซนต์แห่งหมู่ดาวอีกามาตามการเรียกตัวแล้ว และแล้วก็มีอีกคนมาตามการเรียกตัวเช่นกันเป็นเซนต์แห่งหมู่ดาวสุนัขไล่เนื้อนามมิกูเอล เบื้องหน้าทั้งสองคือซอนย่าแห่งหมู่ดาวแตน
โซม่าซึ่งได้รับบาดเจ็บฟื้นขึ้นมาและตัดสินใจเดินทางไปจุดนัดพบ ยูนะกับเอเรียนอนในโรงนาแห่งหนึ่งส่วนพวกของซอนย่าก็ตามมาถึงหมู่บ้านแต่ยังไม่รู้ว่าทั้ง2อยู่ไหน
เช้ามาทั้ง2 เดินในหมู่บ้านและเข้าไปในโบสถ์ มิกูเอลได้กลิ่นของทั้ง2 ยูนะก็รู้สึกถึงคอสโมของผู้ตามล่าเช่นกันจึงรีบเอาเอเรียไปซ่อน แล้วสวมครอธออกมาแต่ถูกซอนย่าและพวกล้อมไว้
ซอนย่าขอสู้กับยูนะตัวต่อตัว ยูนะพยายามสู้ด้วยแต่ไม่สามารถสู้ได้เลย ขณะที่จะกำจัดยูนะก็มีสมุนมาร์สมาแจ้งให้ซอนย่ากลับไปหามาร์สเพราะมาร์สจะมีการปราศรัยต่อเหล่าเซนต์ ซอนย่าจึงปล่อยให้ซิลเวอร์เซนต์ทั้ง2จัดการแทน ขณะเดินไปนั้นเองโซมะก็ตะโกนห้ามซอนย่าไม่ให้ไปด้วยว่าโซม่าจำได้ว่าซอนย่าคือผู้ฆ่าพ่อของเขา แล้วโซมะก็พุ่งเข้าใส่ซอนย่าแต่ก็ถูกขวางไว้โดยซิลเวอร์เซนต์
โซมะโกรธมากที่ทั้ง2ขวางเขาไว้แล้วต่อว่าว่าทำไมถึงปกป้องพวกที่ฆ่าพ่อของเขาซึ่งเป็นซิลเวอร์เซนต์เช่นทั้ง2 แต่ทั้ง2 กลับหาว่าพวกโซมะเป็นพวกทรยศ แม้มาร์สกับลูกสาวจะไม่ใช่เซนต์แต่ขณะที่ตำแหน่งโกลเซนต์ส่วนใหญ่จะว่าง การที่จะปกป้องโลกจำเป็นต้องใช้พลังของพวกเขา หากพวกมาร์สตั้งใจจะปกป้องอาเธน่า ก็ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน ยูนะกับโซมะเห็นว่าคงคุยกันไม่รู้เรื่องจึงจะสู้ โจฮันจึงให้มิกูเอลหลบไป เขาจะสู้คนเดียว
ทั้ง2เข้ารุมโจฮันแต่ทุกการโจมตีก็ถูกปัดทิ้งได้หมดแล้วถูกโจฮันโจมตีจนบาดเจ็บ เห็นถึงความต่างชั้นอย่างชัดเจน โซมะที่ไม่ยอมแพ้ใช้ท่าไม้ตายโจมตีใส่แต่ก็ถูกปัดทิ้งอย่างง่ายดายแถมถูกโจมตีกลับอย่างรุนแรง โจฮันเห็นยูนะไม่ยอมแพ้จึงซัดพายุหมุนเข้าใส่แต่โคกะก็มาช่วยป้องกันไว้ ยูนะบอกให้โคกะรีบใช้ หมัดลำแสงโจมตีใส่โจฮัน โคกะก็ทำตามทันที เมื่อโจฮันป้องกันการโจมตีก็เห็นว่ายูนะหายไป ทีแท้ยูนะอยู่บนอากาศแล้วใช้ท่าไม้ตายโจมตีใส่จนโจฮันพ่ายไป
มิกูเอลเตรียมต่อสู้แต่ยูนะก็ใช้ลมโจมตีเพื่อหาจังหวะให้ทุกคนหนี แล้วไปรวมตัวกันในป่า เอเรียบอกให้มุ่งหน้าไปทำลายสัญลักษณ์ทั้ง5ที่ส่งลำแสงแห่งธาตุอันเป็นหัวใจของโลกไปยังเสามนุษย์ที่หอคอยบาเบล หากไม่ดับแสงเหล่านั้นโลกจะล่มสลาย เหล่าโคกะจึงมุ่งหน้าไปยังสัญลักษณ์เหล่านั้น ด้านมาร์สก็สั่งให้เหล่าเซนต์ตามล่าพวกโคกะแล้วนำอาเธน่ากลับมา
Tuesday, June 5, 2012
Saint Seiya Omega ตอนที่ 10
ตอนที่10 ภารกิจเสี่ยงตายช่วยเหลือ โกลเซนต์อีกคนปรากฏ
มาร์สใช้พลังของตนกับอาเธน่าปลอมสร้างหอบาเบลแห่งใหม่ขึ้นมา ด้านโคกะที่ตั้งใจจะลุยเดี่ยวเข้าไปในหอบาเบลก็ถูกโซมะหยุดเอาไว้
ต่อมาโซมะที่สวมครอธก็ได้โจมตีใส่สมุนมาร์สที่อยู่รอบหอแล้วเรียกให้เข้ามาสู้กับตน เหล่าสมุนมาร์สจำนวนมากจึงรวมกลุ่มเดินเข้ามาหา ริวโฮกับฮารุโตะ ก็เข้ามาสมทบโซมะ ที่แท้นี่คือการดึงดูดความสนใจศัตรูให้โคกะและยูนะสามารถลอบเข้าไปได้
และแล้วโคกะก็มาถึงตัวอาเธน่าปลอม โคกะเข้าไปจับมือไว้และแนะนำตัว ทำเอาอาเธน่าปลอมน้ำตาตกเลยทีเดียว ที่ๆมือทั้งสองจับกันเกิดแสงสว่างขึ้นและแสงก็ได้ปกคลุมตัวทั้ง2ไว้ สาวน้อยกล่าวว่า เอเรียอันเป็นชื่อของเธอ
อีกด้านมีชายปริศนา(อีกแล้ว) ยืนอยู่หน้าเสาโปร่งแสง มีเหล่าบรรดานักเรียนและอาจารย์ในโรงเรียนถูกผนึกไว้ด้านใน ชายนั้นกล่าวว่าจะไม่เมตตาผู้บุกรุกและจะไม่ให้ความเสียสละของเหล่านักเรียนอาจารย์สูญเปล่า โดยขอสาบานต่อครอธโกลเซนต์ราศีสิงห์
ทางฝั่งโคกะก็พาเอเรียเดินมากับยูนะ เอเรียก็เล่าว่ามาร์สสร้างหอคอยเพื่อความทะเยอทะยานของตัวมาร์สเอง โดยเขาได้รวบรวมคอสโมเพื่อทำบางสิ่งอันน่าสะพรึงกลัว และแล้วพวกโคกะก็เดินมาถึงเสาที่ผนึกเหล่าคนในโรงเรียนไว้ ขณะที่โคกะจะวิ่งเข้าไปก็ถูกยูนะดึงแขนไว้ด้วยเห็นเงาของคนคนนึง ซึ่งบอกให้เอเรียกลับไปอยู่ที่เดิมเพื่อสร้างเสถียรภาพให้หอคอย เขาคนนั้นคือโกลเซนต์ราศีสิงห์นั่นเอง
ยูนะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วรีบคว้ายูนะและโคกะใช้พลังลมกระโจนออกจากหอคอยทันที เมื่อมาถึงพื้นโคกะถามยูนะว่าหนีทำไม จึงถูกถามกลับว่าโคกะคิดว่าจะสู้กับโกลเซนต์ขณะปกป้องเอเรียได้หรือ แล้วคิดเหรอว่าพังเสาแล้วจะช่วยทุกคนได้ โคกะพยายามสวนกลับว่าไม่ลองก็ไม่รู้แต่ยูนะก็ตอบด้วยหน้าเศร้าๆว่าเธอรู้ และแล้วทุกคนก็มาสมทบกับโคกะและยูนะ
โคกะให้ทุกคนพาเอเรียหนีไป เขาจะถ่วงเวลาโกลเซนต์ไว้เอง หากเอเรียหนีไปได้ หอคอยก็จะไม่สามารถทำงานได้ คนในโรงเรียนก็จะถูกช่วยไปด้วย โซมะบอกจะอยู่กับโคกะ ริวโฮจึงสรุปให้ว่าทั้ง4จะอยู่สู้กับโกลเซนต์ ให้ยูนะพาเอเรียหนีไป เมื่อโกลเซนต์ตามมาถึงแล้วถามหาเอเรีย โคกะก็ตอบทันทีว่าอยากรู้ก็ต้องใช้กำลังกันล่ะ โกลเซนต์ประกาศนามว่า มิคีน
โซมะเข้าโจมตีก่อนแต่ถูกซัดกระเด็นไป ฮารุโตะพยายามใช้วิชานินจาหลอกล่อเพื่อโจมตีแต่ไม่สำเร็จจึงบังคับดินเป็นรูปหมาป่าเข้าโจมตี แต่ก็ถูกลอบเข้าข้างหลังแล้วโดนสันมือเข้าที่คอจนล้มอย่างง่ายดาย มิคีนปล่อยหมัดใส่โคกะ ริวโฮเอาโล่เข้ารับ แต่โล่แหลกกระจุย หมัดกระแทกเข้าที่อกซ้ายจนริวโฮล้มลง มิคีนกล่าวว่าจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าอาเธน่าอยู่ไหน โคกะไม่คิดจะยอมแพ้เร่งคอสโมเต็มที่ ขณะนั้นเองก็มีหอกลำแสงสีแดงปักไปทั่วบริเวณ เป็นมาร์สที่มาถึงแล้วบอกกับมิคีนว่าเขาจะจัดการเอง โคกะเห็นมาร์สเดินเข้าหาถามหาซาโอริทันทีแต่ก็ถูกมาร์สปล่อยแสงใส่จนกระเด็น
ขณะกำลังจะจัดการโคกะ เซย่าก็เข้ามาช่วยปกป้องและต่อสู้โดยกล่าวว่าจะไม่ยอมให้พวกเซนต์ตายเด็ดขาดและใช้หมัดดาวตกเข้าใส่มาร์ส มาร์สก็โจมตีตอบ แรงปะทะของทั้งสองทำให้เกิดแสงสว่างอาบไปทั่ว
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่11
มาร์สใช้พลังของตนกับอาเธน่าปลอมสร้างหอบาเบลแห่งใหม่ขึ้นมา ด้านโคกะที่ตั้งใจจะลุยเดี่ยวเข้าไปในหอบาเบลก็ถูกโซมะหยุดเอาไว้
ต่อมาโซมะที่สวมครอธก็ได้โจมตีใส่สมุนมาร์สที่อยู่รอบหอแล้วเรียกให้เข้ามาสู้กับตน เหล่าสมุนมาร์สจำนวนมากจึงรวมกลุ่มเดินเข้ามาหา ริวโฮกับฮารุโตะ ก็เข้ามาสมทบโซมะ ที่แท้นี่คือการดึงดูดความสนใจศัตรูให้โคกะและยูนะสามารถลอบเข้าไปได้
และแล้วโคกะก็มาถึงตัวอาเธน่าปลอม โคกะเข้าไปจับมือไว้และแนะนำตัว ทำเอาอาเธน่าปลอมน้ำตาตกเลยทีเดียว ที่ๆมือทั้งสองจับกันเกิดแสงสว่างขึ้นและแสงก็ได้ปกคลุมตัวทั้ง2ไว้ สาวน้อยกล่าวว่า เอเรียอันเป็นชื่อของเธอ
อีกด้านมีชายปริศนา(อีกแล้ว) ยืนอยู่หน้าเสาโปร่งแสง มีเหล่าบรรดานักเรียนและอาจารย์ในโรงเรียนถูกผนึกไว้ด้านใน ชายนั้นกล่าวว่าจะไม่เมตตาผู้บุกรุกและจะไม่ให้ความเสียสละของเหล่านักเรียนอาจารย์สูญเปล่า โดยขอสาบานต่อครอธโกลเซนต์ราศีสิงห์
ทางฝั่งโคกะก็พาเอเรียเดินมากับยูนะ เอเรียก็เล่าว่ามาร์สสร้างหอคอยเพื่อความทะเยอทะยานของตัวมาร์สเอง โดยเขาได้รวบรวมคอสโมเพื่อทำบางสิ่งอันน่าสะพรึงกลัว และแล้วพวกโคกะก็เดินมาถึงเสาที่ผนึกเหล่าคนในโรงเรียนไว้ ขณะที่โคกะจะวิ่งเข้าไปก็ถูกยูนะดึงแขนไว้ด้วยเห็นเงาของคนคนนึง ซึ่งบอกให้เอเรียกลับไปอยู่ที่เดิมเพื่อสร้างเสถียรภาพให้หอคอย เขาคนนั้นคือโกลเซนต์ราศีสิงห์นั่นเอง
ยูนะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วรีบคว้ายูนะและโคกะใช้พลังลมกระโจนออกจากหอคอยทันที เมื่อมาถึงพื้นโคกะถามยูนะว่าหนีทำไม จึงถูกถามกลับว่าโคกะคิดว่าจะสู้กับโกลเซนต์ขณะปกป้องเอเรียได้หรือ แล้วคิดเหรอว่าพังเสาแล้วจะช่วยทุกคนได้ โคกะพยายามสวนกลับว่าไม่ลองก็ไม่รู้แต่ยูนะก็ตอบด้วยหน้าเศร้าๆว่าเธอรู้ และแล้วทุกคนก็มาสมทบกับโคกะและยูนะ
โคกะให้ทุกคนพาเอเรียหนีไป เขาจะถ่วงเวลาโกลเซนต์ไว้เอง หากเอเรียหนีไปได้ หอคอยก็จะไม่สามารถทำงานได้ คนในโรงเรียนก็จะถูกช่วยไปด้วย โซมะบอกจะอยู่กับโคกะ ริวโฮจึงสรุปให้ว่าทั้ง4จะอยู่สู้กับโกลเซนต์ ให้ยูนะพาเอเรียหนีไป เมื่อโกลเซนต์ตามมาถึงแล้วถามหาเอเรีย โคกะก็ตอบทันทีว่าอยากรู้ก็ต้องใช้กำลังกันล่ะ โกลเซนต์ประกาศนามว่า มิคีน
โซมะเข้าโจมตีก่อนแต่ถูกซัดกระเด็นไป ฮารุโตะพยายามใช้วิชานินจาหลอกล่อเพื่อโจมตีแต่ไม่สำเร็จจึงบังคับดินเป็นรูปหมาป่าเข้าโจมตี แต่ก็ถูกลอบเข้าข้างหลังแล้วโดนสันมือเข้าที่คอจนล้มอย่างง่ายดาย มิคีนปล่อยหมัดใส่โคกะ ริวโฮเอาโล่เข้ารับ แต่โล่แหลกกระจุย หมัดกระแทกเข้าที่อกซ้ายจนริวโฮล้มลง มิคีนกล่าวว่าจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าอาเธน่าอยู่ไหน โคกะไม่คิดจะยอมแพ้เร่งคอสโมเต็มที่ ขณะนั้นเองก็มีหอกลำแสงสีแดงปักไปทั่วบริเวณ เป็นมาร์สที่มาถึงแล้วบอกกับมิคีนว่าเขาจะจัดการเอง โคกะเห็นมาร์สเดินเข้าหาถามหาซาโอริทันทีแต่ก็ถูกมาร์สปล่อยแสงใส่จนกระเด็น
ขณะกำลังจะจัดการโคกะ เซย่าก็เข้ามาช่วยปกป้องและต่อสู้โดยกล่าวว่าจะไม่ยอมให้พวกเซนต์ตายเด็ดขาดและใช้หมัดดาวตกเข้าใส่มาร์ส มาร์สก็โจมตีตอบ แรงปะทะของทั้งสองทำให้เกิดแสงสว่างอาบไปทั่ว
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่11
Monday, May 28, 2012
Saint Seiya Omega ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 วิกฤตของแซงทัวรี่ จงพุ่งไปเซนต์นินจา
เหล่าเซนต์ที่เข้าแข่งขันและชมเซนต์ไฟต์ต่างมองไปที่คอสโมสีดำที่ล้นทะลักไปทั่วบริเวณด้วยความตระหนก อีกทั้งยังหายใจลำบากและรู้สึกร่างกายหนักอึ้งอันเป็นผลมาจากคอสโมสีดำนั้น โซมะออกจากห้องพยาบาลมาสมทบกับยูนะและริวโฮ ระหว่างนั้นก็มีสมุนของมาร์ล้อมบริเวณสนามแข่งเอาไว้ แล้วประกาศว่ายุคใหม่ของแซงทัวรี่มาถึงแล้วเพราะอาเธน่าได้มอบตำแหน่งเคียวโกให้แก่ลอร์ดมาร์เรียบร้อยแล้ว ยุคใหม่จะเริ่มต้นด้วยการคัดเลือก กล่าวจบเหล่าสมุนมาร์ก็ดึงคอสโมสีดำมาไว้ที่แขนทั้ง 2 ข้าง
ย้อนกลับไปที่ห้องคุมขัง โคกะที่ได้ครอธคืนถามชายแปลกหน้าว่าชื่ออะไร แต่กลับถูกตอกกลับว่าก่อนจะถามชื่อใครก็ควรจะบอกชื่อตัวเองก่อน แม้จะหงุดหงิดแต่โคกะก็แจ้งชื่อตนไป อีกฝ่ายบอก(หลังแสดงวิชานินจาให้ดู)ว่าชื่อฮารุโตะแห่งกลุ่มดาวหมาป่า แล้วถามว่าโคกะมานี่ได้ไงพอฟังเรื่องราวแล้วจึงบอกออกมาว่าโคกะจะแพ้โกลเซนต์ก็ไม่น่าแปลกใจ โคกะประหลาดใจที่รู้ว่าฮารุโตะรู้ว่าอาจารย์ใหญ่เป็นโกลเซนต์ ฮารุโตะจึงแสดงให้เห็นว่าเขายังรู้เบื้องหลังของอาจารย์ใหญ่จึงถูกเอามาขังไว้ที่นี่ ทั้ง 2 ต่างสงสัยว่าที่โรงเรียนเป็นยังไงแล้ว
ทางด้านโรงเรียน นักเรียนต่างมายืนรวมกลุ่มกันและถูกล้อมรอบโดยสมุนมาร์ หัวหน้าของเหล่าสมุนบอกให้เหล่าเซนต์ปฏิญาณตนว่าจะภักดีต่อมาร์ไม่งั้นจะถูกฆ่า โดยเริ่มจากตัวแทนอาจารย์ใหญ่ ตัวแทนอาจารย์ใหญ่ไม่ยินยอมจะกล่าวคำปฏิญาณจึงถูกเหวี่ยงใส่ด้วยแขนจนกระเด็นไปนอนกับพื้นไม่รู้เป็นหรือตาย สมุนมาร์กล่าวถามว่าใครจะเป็นคนต่อไป อาจารย์เกคิจึงอาสา และกระแทกเข้าใส่สมุนมาร์พร้อมประกาศว่าจะไม่ยอมเด็ดขาด เหล่านักเรียนต่างรู้สึกฮึกเหิมจึงเข้าต่อสู้ด้วย
อีกด้านหนึ่งมาร์กำลังมองไปที่วิหารโกลเซนต์ทั้ง12 เมื่อรถม้าพาอาเธน่าตัวปลอมมา มาร์ใช้คอสโมแห่งความมืดบีบรัดคออาเธน่าปลอมจนอาเธน่าปลอมปล่อยคอสโมแห่งแสงออกมา มาร์ใช้คอสโมนั้นทำลายวิหารทั้ง12 ทิ้งและกล่าวว่าจะสร้างวิหารทั้ง12 ใหม่ ณ ที่นี้
ทางฝั่งโคกะที่พยายามพังกรงขัง ฮารุโตะก็บอกให้โคกะอย่าเปลืองแรงเลย เพราะในคุกนั้นไม่สามารถเผาผลาญคอสโม ขณะนั้นสมุนมาร์ก็ได้ต้อนนักเรียนไป ฮารุโตะอธิบายว่าพวกนั้นจะถูกดูดคอสโมจนหมดแล้วจึงถูกฆ่า มาร์ต้องการคอสโมไปใช้ประโยชน์อะไรสักอย่าง คุยๆกันอยู่ฮารุโตะก็ปวดท้องแล้วล้มลง เมื่อยามเปิดประตูมาดู ฮารุโตะก็ใช้วิชานินจาทำให้ส้อมที่เขาขว้างไปปักอยู่ผนังอีกด้านตกลงมาทำให้ยามหันไปมองแล้วจากนั้นใช้ระเบิดควันบดบังทัศนวิสัยและเข้าจู่โจมจนจับยามมัดไว้ได้
ด้านเหล่านักเรียนที่เหลือกำลังเสียเปรียบเพราะคอสโมแห่งความมืด ยูนะชวนโซมะกับริวโฮให้ไปหาโคกะ
โคกะและฮารุโตะเดินไปตามทางที่เวียนเป็นก้นหอยด้านในหลุม เมื่อสมุนมาร์ผ่านมาก ฮารุโตะก็จะใช้วิชานินจาพรางกายกับกำแพงเพื่อหลบเลี่ยง เมื่อมาถึงด้านบนสุดก็พบว่าประตูปิดอยู่ โคกะสวมครอธเปกาซัสแล้วพยายามพังประตูแต่ไม่สำเร็จ เหล่าสมุนมาร์ได้ยินเสียงและทำท่าจะมาดู ฮารุโตะเริ่มถอดใจว่าคงมาได้เท่านี้แต่โคกะยังไม่ยอมแพ้ บอกว่าเขาจะพังให้ได้ อาเธน่าปลอมรู้สึกได้ถึงเปกาซัสก็หลั่งน้ำตาออกมา ด้วยใจที่ส่งไปให้(คิดว่านะ) เปกาซัสเหมือนได้พลังมาเสริมใช้ท่าเปกาซัสหมัดดาวตกจนทลายกำแพงอีกฝั่งของประตูได้ แต่แล้วก็มีสมุนของมาร์เข้ามาโจมตี 2 คน ฮารุโตะจึงสวมครอธเข้าสู้
ฮารุโตะใช้ดินทำเป็นดาวกระจายเข้าจู่โจม สมุนมารป้องกันแล้วยิ้มแล้วว่าธาตุของฮารุโตะเป็นดิน ฮารุโตะจึงโชว์เหนือด้วยการเอามือประสานยื่นนิ้วชี้ทั้ง2นิ้วชี้ไปที่ศัตรูแล้วยิ่งน้ำใส่จนกระเด็นจากนั้นขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่ แล้วสำทับว่าเขาเป็นนินจาเซนต์ สามารถใช้ไฟและน้ำได้ด้วย
ฝั่งเปกาซัสใช้หมัดลำแสงเปกาซัสทีเดียวอยู่(คงไม่อยากให้ไปบดบังการโชว์ตัวของฮารุโตะ) ฮารุโตะไม่ยอมแพ้ ใช้ท่าไม้ตายพลิกดินลอยเป็นก้อนๆเต็มไปหมดแล้วทั้งหมดพุ่งเข้าใส่สมุนมาร์เป็นอันปิดฉากอีกคนหนึ่ง ทั้งสองวิ่งต่อไปจนเจอพวกยูนะ แต่ก็เจอสมุนมาร์กลุ่มใหญ่ดักไว้ ทันใดนั้นอาจารย์เกคิก็วิ่งเข้ามาปะทะเหล่าสมุนมาร์แล้วให้พวกโคกะหนีไป
พวกโคกะหนีมาถึงประตูหน้าแต่มันปิดตาย ทั้ง 5 จึงรวมคอสโมกันพังประตูได้สำเร็จแต่หนทางข้างหน้ามีแต่ความมืดจนมองทางไม่เห็น
โคกะใช้หมัดสร้างลำแสงช่วยนำทางให้ทั้งหมดออกมาได้สำเร็จ โรงเรียนก็ค่อยๆพังทลายลงเบื้องหลังพวกเขา เมื่อออกมายูนะ เห็นลำแสงพร้อมซากวิหารที่ตำแหน่งที่เป็นที่ตั้งของแซงทัวรี่ โคกะจึงบอกจะมุ่งหน้าไปแซงทัวรี่เพื่อช่วยอาเธน่าปลอม
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่10
เหล่าเซนต์ที่เข้าแข่งขันและชมเซนต์ไฟต์ต่างมองไปที่คอสโมสีดำที่ล้นทะลักไปทั่วบริเวณด้วยความตระหนก อีกทั้งยังหายใจลำบากและรู้สึกร่างกายหนักอึ้งอันเป็นผลมาจากคอสโมสีดำนั้น โซมะออกจากห้องพยาบาลมาสมทบกับยูนะและริวโฮ ระหว่างนั้นก็มีสมุนของมาร์ล้อมบริเวณสนามแข่งเอาไว้ แล้วประกาศว่ายุคใหม่ของแซงทัวรี่มาถึงแล้วเพราะอาเธน่าได้มอบตำแหน่งเคียวโกให้แก่ลอร์ดมาร์เรียบร้อยแล้ว ยุคใหม่จะเริ่มต้นด้วยการคัดเลือก กล่าวจบเหล่าสมุนมาร์ก็ดึงคอสโมสีดำมาไว้ที่แขนทั้ง 2 ข้าง
ย้อนกลับไปที่ห้องคุมขัง โคกะที่ได้ครอธคืนถามชายแปลกหน้าว่าชื่ออะไร แต่กลับถูกตอกกลับว่าก่อนจะถามชื่อใครก็ควรจะบอกชื่อตัวเองก่อน แม้จะหงุดหงิดแต่โคกะก็แจ้งชื่อตนไป อีกฝ่ายบอก(หลังแสดงวิชานินจาให้ดู)ว่าชื่อฮารุโตะแห่งกลุ่มดาวหมาป่า แล้วถามว่าโคกะมานี่ได้ไงพอฟังเรื่องราวแล้วจึงบอกออกมาว่าโคกะจะแพ้โกลเซนต์ก็ไม่น่าแปลกใจ โคกะประหลาดใจที่รู้ว่าฮารุโตะรู้ว่าอาจารย์ใหญ่เป็นโกลเซนต์ ฮารุโตะจึงแสดงให้เห็นว่าเขายังรู้เบื้องหลังของอาจารย์ใหญ่จึงถูกเอามาขังไว้ที่นี่ ทั้ง 2 ต่างสงสัยว่าที่โรงเรียนเป็นยังไงแล้ว
ทางด้านโรงเรียน นักเรียนต่างมายืนรวมกลุ่มกันและถูกล้อมรอบโดยสมุนมาร์ หัวหน้าของเหล่าสมุนบอกให้เหล่าเซนต์ปฏิญาณตนว่าจะภักดีต่อมาร์ไม่งั้นจะถูกฆ่า โดยเริ่มจากตัวแทนอาจารย์ใหญ่ ตัวแทนอาจารย์ใหญ่ไม่ยินยอมจะกล่าวคำปฏิญาณจึงถูกเหวี่ยงใส่ด้วยแขนจนกระเด็นไปนอนกับพื้นไม่รู้เป็นหรือตาย สมุนมาร์กล่าวถามว่าใครจะเป็นคนต่อไป อาจารย์เกคิจึงอาสา และกระแทกเข้าใส่สมุนมาร์พร้อมประกาศว่าจะไม่ยอมเด็ดขาด เหล่านักเรียนต่างรู้สึกฮึกเหิมจึงเข้าต่อสู้ด้วย
อีกด้านหนึ่งมาร์กำลังมองไปที่วิหารโกลเซนต์ทั้ง12 เมื่อรถม้าพาอาเธน่าตัวปลอมมา มาร์ใช้คอสโมแห่งความมืดบีบรัดคออาเธน่าปลอมจนอาเธน่าปลอมปล่อยคอสโมแห่งแสงออกมา มาร์ใช้คอสโมนั้นทำลายวิหารทั้ง12 ทิ้งและกล่าวว่าจะสร้างวิหารทั้ง12 ใหม่ ณ ที่นี้
ทางฝั่งโคกะที่พยายามพังกรงขัง ฮารุโตะก็บอกให้โคกะอย่าเปลืองแรงเลย เพราะในคุกนั้นไม่สามารถเผาผลาญคอสโม ขณะนั้นสมุนมาร์ก็ได้ต้อนนักเรียนไป ฮารุโตะอธิบายว่าพวกนั้นจะถูกดูดคอสโมจนหมดแล้วจึงถูกฆ่า มาร์ต้องการคอสโมไปใช้ประโยชน์อะไรสักอย่าง คุยๆกันอยู่ฮารุโตะก็ปวดท้องแล้วล้มลง เมื่อยามเปิดประตูมาดู ฮารุโตะก็ใช้วิชานินจาทำให้ส้อมที่เขาขว้างไปปักอยู่ผนังอีกด้านตกลงมาทำให้ยามหันไปมองแล้วจากนั้นใช้ระเบิดควันบดบังทัศนวิสัยและเข้าจู่โจมจนจับยามมัดไว้ได้
ด้านเหล่านักเรียนที่เหลือกำลังเสียเปรียบเพราะคอสโมแห่งความมืด ยูนะชวนโซมะกับริวโฮให้ไปหาโคกะ
โคกะและฮารุโตะเดินไปตามทางที่เวียนเป็นก้นหอยด้านในหลุม เมื่อสมุนมาร์ผ่านมาก ฮารุโตะก็จะใช้วิชานินจาพรางกายกับกำแพงเพื่อหลบเลี่ยง เมื่อมาถึงด้านบนสุดก็พบว่าประตูปิดอยู่ โคกะสวมครอธเปกาซัสแล้วพยายามพังประตูแต่ไม่สำเร็จ เหล่าสมุนมาร์ได้ยินเสียงและทำท่าจะมาดู ฮารุโตะเริ่มถอดใจว่าคงมาได้เท่านี้แต่โคกะยังไม่ยอมแพ้ บอกว่าเขาจะพังให้ได้ อาเธน่าปลอมรู้สึกได้ถึงเปกาซัสก็หลั่งน้ำตาออกมา ด้วยใจที่ส่งไปให้(คิดว่านะ) เปกาซัสเหมือนได้พลังมาเสริมใช้ท่าเปกาซัสหมัดดาวตกจนทลายกำแพงอีกฝั่งของประตูได้ แต่แล้วก็มีสมุนของมาร์เข้ามาโจมตี 2 คน ฮารุโตะจึงสวมครอธเข้าสู้
ฮารุโตะใช้ดินทำเป็นดาวกระจายเข้าจู่โจม สมุนมารป้องกันแล้วยิ้มแล้วว่าธาตุของฮารุโตะเป็นดิน ฮารุโตะจึงโชว์เหนือด้วยการเอามือประสานยื่นนิ้วชี้ทั้ง2นิ้วชี้ไปที่ศัตรูแล้วยิ่งน้ำใส่จนกระเด็นจากนั้นขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่ แล้วสำทับว่าเขาเป็นนินจาเซนต์ สามารถใช้ไฟและน้ำได้ด้วย
ฝั่งเปกาซัสใช้หมัดลำแสงเปกาซัสทีเดียวอยู่(คงไม่อยากให้ไปบดบังการโชว์ตัวของฮารุโตะ) ฮารุโตะไม่ยอมแพ้ ใช้ท่าไม้ตายพลิกดินลอยเป็นก้อนๆเต็มไปหมดแล้วทั้งหมดพุ่งเข้าใส่สมุนมาร์เป็นอันปิดฉากอีกคนหนึ่ง ทั้งสองวิ่งต่อไปจนเจอพวกยูนะ แต่ก็เจอสมุนมาร์กลุ่มใหญ่ดักไว้ ทันใดนั้นอาจารย์เกคิก็วิ่งเข้ามาปะทะเหล่าสมุนมาร์แล้วให้พวกโคกะหนีไป
พวกโคกะหนีมาถึงประตูหน้าแต่มันปิดตาย ทั้ง 5 จึงรวมคอสโมกันพังประตูได้สำเร็จแต่หนทางข้างหน้ามีแต่ความมืดจนมองทางไม่เห็น
โคกะใช้หมัดสร้างลำแสงช่วยนำทางให้ทั้งหมดออกมาได้สำเร็จ โรงเรียนก็ค่อยๆพังทลายลงเบื้องหลังพวกเขา เมื่อออกมายูนะ เห็นลำแสงพร้อมซากวิหารที่ตำแหน่งที่เป็นที่ตั้งของแซงทัวรี่ โคกะจึงบอกจะมุ่งหน้าไปแซงทัวรี่เพื่อช่วยอาเธน่าปลอม
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่10
Tuesday, May 22, 2012
ครอธ Dorado

เป็นหนึ่งในครอธแรกๆที่ปรากฏในเรื่องนี้ เป็นครอธประจำกลุ่มดาว Dorado หรือปลากระโทงแทง สวมใส่โดยสเปียในตอนที่ 3 เป็นผู้ใช้ธาตุน้ำ เพื่อต่อสู้กับ Aquila Yuna ในภาคโอเมก้า ครอธนี้อยู่ในชั้นบรอนซ์ครอธ
ในภาคหลัก ไม่มีครอธใดที่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นครอธประจำหมู่ดาวนี้แต่มีครอธที่มีการอนุมานว่าน่าจะได้แบบมาคือ สตีลเซนต์ อุชิโอะผู้สวมเกราะ Marine Steel Cloth

กลุ่มดาวปลากระโทงแทง (Dorado) เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าใต้ ปรากฏในแผนที่ดาว ยูรานอเมเทรีย (Uranometria) ของโยฮันน์ บาเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603
Monday, May 21, 2012
Saint Seiya Omega ตอนที่8
ตอนที่ 8 การพบกันแห่งโชคชะตา
อีเดนเรียกสายฟ้ามาสถิตที่หมัด ฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าชกด้วยหมัดไต้ฝุ่่น(น่าจะธาตุลมเหมือนกัน)ใส่อีเดนแต่อีเดนก็หลบได้อย่างสบายและล้มคู่ต่อสู้ในทีเดียว ทำให้รอบ4คนสุดท้ายเหลืออีเดน,ริวโฮ,ยูนะและโคกะ
ขณะที่อีเดนกำลังเดินออกนอกสนาม รถม้าก็ได้แล่นผ่านสนามไป โคกะที่เห็นก็รู้สึกได้ถึงคอสโมอันอ่อนโยนแล้วนึกถึงอาเธน่าจึงพยายามจะตามไปแต่ยูนะจับมือดึงเอาไว้แล้วให้โคกะพักก่อนถึงการแข่งรอบหน้า แต่ถึงอย่างนั้นโคกะก็ตามไปอยู่ดีเพราะยูนะเคยบอกว่าอาเธน่ายังไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามโคกะก็ยังต้องไปพิสูจน์ว่าซาโอริคืออาเธน่าหรือเปล่า รถม้าจอดลง อาจารย์ใหญ่ยืนต้อนรับอาเธน่าที่มาถึงแต่กลับมีผ้าคลุมสีขาวปิดหน้าไว้จึงไม่อาจเห็นใบหน้าของนาง
โคกะวิ่งตามไปถึงประตูสู่โถงที่อาเธน่าอยู่ ขณะเขาใช้สองมือดันประตูเปิดออกก็ถูกใยแมงมุมรัดแล้วดึงกลับมา เป็นสมุนของมาร์ 3 คนมาป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้อาเธน่า เส้นใยมีสามารถดูดคอสโมของเหยื่อได้ โคกะที่ถูกดูดคอสโมไปจึงค่อยๆหมดแรงไป แต่ด้วยความที่อยากพบอาเธน่าจงใช้แรงฮึดฉีกใยแมงมุมออกจากตัวแล้วสวมเกราะเปกาซัสได้ แล้วจัดการซัดทั้งสามลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อไร้คนขัดขวางจึงเดินไปหาหญิงที่อ้างตัวเป็นอาเธน่า ขณะนั้นผ้าคลุุมหน้าหลุดลงบนพื้นพอดี ทำให้เห็นใต้ผืนผ้านั้นเป็นเด็กหญิงผมสั้นสีเขียว ดวงตาชาเย็นเหมือนอยู่ในภวังค์ โคกะเมื่อเห็นว่าไม่ใช่ซาโอริถึงกับตะลึงแล้วเดินเอื้อมมือไปหาหญิงคนนั้นแม้หญิงรับใช้อาเธน่าทั้งสองจะคอยขัดขวาง ปากก็พร่ำว่าเธอไม่ใช่อาเธน่า พอเอามือไปแตะก็เกิดลำแสงเปล่งออกมา โคกะรู้สึกได้ว่าเป็นการสั่นพ้องกันของคอสโมแห่งแสง ดวงตาของหญิงสาวค่อยๆมีแววตาขึ้นมาเหมือนฟื้นคืนสติกลับมารู้สึกตัว
เมื่อได้สติแล้วน้ำตาหญิงสาวก็คลอเบ้าจนไหลลงอาบแก้มแล้วพร่ำบอกว่าถ้าชั้นไม่ใช่อาเธน่าแล้วฉันเป็นใครกัน ขณะนั้นอาจารย์ใหญ่ก็เข้ามาแล้วถามว่าโคกะมาทำอะไรที่นี่โดยไม่ฟังที่โคกะพยายามบอกว่าหญิงคนนี้ไม่ใช่อาเธน่า หญิงปริศนาก็ได้พูดขึ้นมาระหว่างนั้นให้โคกะหนีไปแต่ก็ถูกทำให้หยูดด้วยคอสโมแห่งความมืดของอาจารย์ใหญ่ ความจริงจึงเปิดเผยว่าเขาเป็นสมุนของมาร์ แล้วอาจารย์ใหญ่ก็สวมเกราะทองแห่งราศีมังกร ครอธCapricorn
อีกด้านหนึ่งการต่อสู้ระหว่างยูนะกับริวโฮก็ได้เริ่มขึ้น ทั้งสองรู้สึกถึงความผิดปรกติที่สถานที่ที่โคกะมุ่งไปแต่เมื่ออาจารย์เกคิให้เริ่มสู้ซะที ทั้งสองจึงเริ่มการต่อสู้
ด้านโคกะวิ่งไปช่วยดึงคอสโมแห่งความมืดที่รัดคอหญิงสาวอยู่แต่ก็ถูกดีดออกมา จึงหันไปโจมตีอาจารย์ใหญ่ด้วยหมัดดาวตกแต่กลับกระเด็นออกหมด แม้จะกระโดดเข้าใส่แล้วต่อยใส่ตรงๆก็ถูกหยุดได้ด้วยนิ้วเพียง 2 นิ้วแล้วถูกผลักกลับกระเด็นไปติดกำแพง อาจารย์ใหญ่กล่าวต่อว่าเขาเคยเลิกรบไปแล้วแต่อาเธน่าได้ให้เขามาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่นี่จึงกลับมาสวมครอธอีกครั้ง ทำให้เขาสามารถส่งเซนต์ไปให้มาร์ได้
ขณะที่มาร์เผลอโคกะหลบไปอยู่หลังหญิงสาวแล้วกระโดดเข้าใส่อาจารย์ใหญ่ขณะหันหลังให้ จากนั้นก็ซัดเต็มแรงไปที่หัว นอกจากศัตรูจะไม่เป็นไรแล้วเกราะที่มือของโคกะยังร้าวอีกต่างหาก อาจารย์ใหญ่ใช้ท่า domination language(ภาษาแห่งการควบคุม) แล้วเรียกหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง เมื่ออาจารย์ใหญ่กล่าวว่าจงตกหนังสือก็เปล่งแสงขึ้นแล้วโคกะก็ร่วงลงไปกองกับพื้น พลังของอาจารย์ใหญ่คือสามารถใช้คำพูดสั่งอะไรก็ได้ โคกะถูกสั่งให้ขยับแขนขวาไม่ได้ โจมตีตัวเองสุดท้ายก็ให้บิดร่างกายจนเกราะร้าวไปหมด
อาจารย์ใหญ่จึงไปที่อาเธน่าปลอมแล้วใช้คอสโมแห่งความมืดปกคลุมหญิงสาวและบริเวณนั้นทั้งหมด อาจารย์ใหญ่ใช้คอสโมของหญิงสาวทำลายเกราะที่คุ้มกันสถานที่เรียนทำให้คอสโมสีดำค่อยๆแผ่ไปทั่วบริเวณ
เมื่อโคกะฟื้นขึ้นมาก็อยู่ในคุก โดยมีสมุนของมาร์เฝ้าคุกอยู่ โคกะจึงตั้งใจจะสวมครอธเพื่อทำลายลูกกรงแต่ครอธคริสตัลกลับหายไป ชายอีกคนที่อยู่ในคุกชูคริสตัลให้โคกะดูแล้วบอกโคกะว่าผนังคุกจะดูดคอสโมอย่างรวดเร็ว สวมไปก็ไม่มีประโยชน์จากนั้นจึงคืนคริสตัลให้โคกะ
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่9
เมื่อโคกะฟื้นขึ้นมาก็อยู่ในคุก โดยมีสมุนของมาร์เฝ้าคุกอยู่ โคกะจึงตั้งใจจะสวมครอธเพื่อทำลายลูกกรงแต่ครอธคริสตัลกลับหายไป ชายอีกคนที่อยู่ในคุกชูคริสตัลให้โคกะดูแล้วบอกโคกะว่าผนังคุกจะดูดคอสโมอย่างรวดเร็ว สวมไปก็ไม่มีประโยชน์จากนั้นจึงคืนคริสตัลให้โคกะ
อ่าน Saint Seiya Omega ตอนที่9
Subscribe to:
Posts (Atom)














































